สัญญาณอันตรายของโรคออฟฟิศซินโดรม
คุณเป็นคนทำงานออฟฟิศที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์มากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวันหรือไม่?
หากใช่ คุณอาจกำลังเสี่ยงต่อโรคออฟฟิศซินโดรม ที่กำลังส่งสัญญาณเตือนให้คุณรู้ตัว
และทำความเข้าใจกับสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
โรคออฟฟิศซินโดรมคืออะไร
Office Syndrome หรือ โรคออฟฟิศซินโดรม เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการทำงานในสำนักงานแบบซ้ำซาก
โดยเฉพาะการนั่งทำงานหน้คอมพิวเตอร์ในท่าเดิมเป็นเวลานาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ระบบประสาทสายตา และสุขภาพจิตใจ
สถิติจากกระทรวงสาธารณสุขพบว่า คนไทยกว่า 70% ที่ทำงานออฟฟิศมีอาการของโรคออฟฟิศซินโดรม
ซึ่งถือเป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม
เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้นในอนาคต
สัญญาณอันตรายของโรคออฟฟิศซินโดรมที่ต้องระวัง
อาการปวดคอและบ่าเรื้อรัง
สัญญาณแรกที่พบบ่อยที่สุดคือ อาการปวดตึงกล้ามเนื้อคอ และต้นคอ ซึ่งมักเกิดจากการก้มหน้าจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
อาการนี้มักจะแผ่ไปยังบริเวณบ่าและไหล่ ทำให้รู้สึกเมื่อยล้าและตึงเป็นเวลานาน บางครั้งอาการปวดจากคอยังแผ่ขึ้นมาที่ศีรษะ
ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะร่วมด้วย
อาการปวดหลังที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
การนั่งทำงานในท่าที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานานจะส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังทั้งส่วนบนและส่วนล่าง
อาการปวดหลังส่วนบนมักเกิดบริเวณกระดูกสันหลังตอนบน ในขณะที่ปวดหลังส่วนล่างจะเพิ่มขึ้นเมื่อนั่งเป็นเวลานาน
หากอาการรุนแรงขึ้นอาจมีอาการชาแปลบ เมื่อมีการกดทับเส้นประสาท
ปวดศีรษะแบบ Tension Headache
อาการปวดศีรษะในผู้ป่วยออฟฟิศซินโดรมมักจะเป็นแบบตึง เกิดขึ้นบริเวณขมับและท้ายทอย อาการนี้มักเกิดขึ้นหลังจากทำงานหน้าจอเป็นเวลานานอย่างสม่ำเสมอ บางครั้งอาจมีอาการวิงเวียน หน้ามืดและเวียนศีรษะร่วมด้วย
กลุ่มอาการ Carpal Tunnel Syndrome
อาการนี้เกิดจากการใช้เมาส์และพิมพ์งานเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการชาปลายนิ้ว โดยเฉพาะนิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง
อาการปวดข้อมือหลังจากพิมพ์งานหรือใช้เมาส์เป็นเวลานาน และอาการเสียวแปลบที่แผ่ไปตามแขน
ซึ่งเป็นสัญญาณของโรคเส้นประสาทข้อมือถูกกดทับ
ปัญหาสายตาและความเมื่อยล้าของดวงตา
การจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานจะทำให้เกิด Computer Vision Syndrome ซึ่งมีอาการตาแห้ง ตาแดง ตาเคือง มองไม่ชัด
เห็นภาพซ้อน หรือโฟกัสไม่ชัด รวมถึงอาการปวดตาและหลังตา ซึ่งเป็นผลมาจากการล้าตาจากการจ้องจอนาน
ความเครียดและปัญหาสุขภาพจิต
ความเครียดสะสมจากภาระงานและสภาพแวดล้อมการทำงาน ส่งผลให้เกิดปัญหาการนอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท
หรือตื่นบ่อยในตอนกลางคืน อาการเหล่านี้ยังส่งผลต่ออารมณ์ ทำให้เกิดอาการหงุดหงิดง่าย เศร้าง่าย และอารมณ์แปรปรวน
ความเครียดและปัญหาสุขภาพจิต
ความเครียดสะสมจากภาระงานและสภาพแวดล้อมการทำงาน ส่งผลให้เกิดปัญหาการนอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท
หรือตื่นบ่อยในตอนกลางคืน อาการเหล่านี้ยังส่งผลต่ออารมณ์ ทำให้เกิดอาการหงุดหงิดง่าย เศร้าง่าย และอารมณ์แปรปรวน
อันตรายของการปล่อยให้โรคออฟฟิศซินโดรมลุกลาม
หากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม โรคออฟฟิศซินโดรมอาจพัฒนาไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้น
เช่น หมอนรองกระดูกเสื่อม จากการนั่งผิดท่าเป็นเวลานาน กระดูกสันหลังคดที่ส่งผลต่อระบบประสาทและการเคลื่อนไหว
โรคเส้นประสาทข้อมือถูกกดทับแบบถาวร ที่อาจต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด ปัญหาสายตาถาวร และสายตาเสื่อมก่อนวัย
รวมถึงโรคซึมเศร้าจากความเครียดสะสมระยะยาว
น้ำมันงาดำสกัดเย็น "ตาณ" ตัวช่วยจากธรรมชาติ
น้ำมันงาดำสกัดเย็นตาณ เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมธรรมชาติที่มีคุณประโยชน์มากมาย ในการบรรเทาอาการของโรคออฟฟิศซินโดรม
ผลิตด้วยเทคโนโลยีการสกัดเย็นที่ทันสมัย ช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้สมบูรณ์ โดยมีส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยต้านการอักเสบและบำรุงร่างกาย ได้แก่ กรดไขมันโอเมก้า 3, 6, 9 ช่วยต้านการอักเสบ วิตามินอีที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง
เซซามินซึ่งเป็นสารสำคัญเฉพาะในงาดำ เซซามอลที่ช่วยปกป้องเซลล์ประสาท และลิกแนนที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน
ประโยชน์ของน้ำมันงาดำสกัดเย็น "ตาณ" ต่อโรคออฟฟิศซินโดรม
ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อและข้อต่อ
วิตามินอีและเซซามินในน้ำมันงาดำช่วยบำรุงเซลล์ประสาทตาและจอประสาทตา ลดอาการตาแห้ง ตาแดง
จากการจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ป้องกันความเสื่อมของสายตา และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา
ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของผู้ที่ต้องทำงานหน้าจอเป็นประจำ
ปัญหาสายตาและความเมื่อยล้าของดวงตา
การจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานจะทำให้เกิด Computer Vision Syndrome ซึ่งมีอาการตาแห้ง ตาแดง ตาเคือง
มองไม่ชัด เห็นภาพซ้อน หรือโฟกัสไม่ชัด รวมถึงอาการปวดตาและหลังตา ซึ่งเป็นผลมาจากการล้าตาจากการจ้องจอนาน
ช่วยคลายเครียดและส่งเสริมการนอนหลับ
สารสำคัญในน้ำมันงาดำช่วยปรับสมดุลของระบบประสาทและฮอร์โมน ลดความเครียดและความวิตกกังวล
ส่งเสริมการนอนหลับที่มีคุณภาพ และเพิ่มความผ่อนคลายให้กับร่างกาย ซึ่งช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้ดีขึ้น
เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและต้านอนุมูลอิสระ
วิตามินอีความเข้มข้นสูงในน้ำมันงาดำช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายของอนุมูลอิสระ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
ชะลอความเสื่อมของเซลล์ และเพิ่มความต้านทานโรคให้กับร่างกาย ทำให้สามารถรับมือกับความเครียดจากการทำงานได้ดีขึ้น
ปรับปรุงการไหลเวียนของเลือด
กรดไขมันจำเป็นในน้ำมันงาดำช่วยปรับปรุงการไหลเวียนของเลือด ลดอาการชาและปวดแปลบ
ส่งออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ และช่วยในการฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่เมื่อยล้าจากการทำงาน
เคล็ดลับเพิ่มเติมในการป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรม
นอกจากการรับประทานอาหารเสริมแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานโดยนั่งให้หลังตรง เท้าแนบพื้นเต็มฝ่า
จอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ในระดับสายตาแขนและข้อมือควรอยู่ในแนวเดียวกัน และควรหยุดพักทุก 30-60 นาที
การออกกำลังกายง่ายๆ ในออฟฟิศก็ช่วยได้มาก เช่น การยืดเส้นคออและบ่าทุก 1 ชั่วโมง
การหมุนข้อมือและข้อเท้าเป็นระยะ การเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ และการทำกิจกรรมที่ใช้สายตามองไกลเป็นระยะๆ
การจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสมก็มีความสำคัญ ควรมีแสงสว่างที่เพียงพอและไม่แสบตา
อุณหภูมิห้องที่เหมาะสม ประมาณ 24-26 องศาเซลเซียส เก้าอี้และโต๊ะทำงานที่สนับสนุนการเอร์โกนอมิกส์และพื้นที่ทำงานที่สะอาดและเป็นระเบียบ